23 พฤษภาคม 2569 คณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากร โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 ขอขอบพระคุณท่านจักรพงษ์ งามบุญฤทธิ์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนทุกท่าน ที่ให้เกียรติสละเวลามาเข้าร่วมกิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียนในครั้งนี้ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชื่นชมและให้ข้อเสนอแนะแบบกัลยาณมิตร
โดยคณะผู้บริหารสถานศึกษาได้มอบนโยบายทางการศึกษาและระเบียบข้อปฏิบัติเพื่อส่งเสริม พัฒนา บุตรหลาน ให้มีบุคลิกภาพ พลานามัยที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังนี้
นโยบายทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ กทม. และบริบทของชุมชน ที่เน้นส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ
การบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลและ กทม. สู่นักเรียนด้วยความถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้

ผู้ปกครองได้รับมอบเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน ตามงบรายจ่ายจริงไม่เกินงบจัดสรร

ปฐมวัยปี 1-3 จำนวน 325 บ.

ป.1-6 จำนวน 400 บ.

ม.1-3 จำนวน 500 บ.
นักเรียนรับฟรีไม่มีจ่ายเพิ่ม…

ฟรี อุปกรณ์การเรียน ภาคเรียนละ 1 ชุด

ฟรี ชุดพลศึกษา

ฟรี หนังสือเรียน แบบฝึกหัด และชุดกิจกรรมการเรียนรู้

ฟรี ค่าประกันอุบัติเหตุ

ฟรี อาหารเช้าและอาหารกลางวัน

ฟรี ค่าวัสดุการเรียนการสอนในทุกกิจกรรมการเรียนรู้

ฟรี ทัศนศึกษา

ฟรี เรียนรู้กับครูต่างชาติ และพระอาจารย์ช่วยสอน…

เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติทุกระดับชั้น (ปฐมวัย 1-ม.3) ห้องเรียนละ 1 ชม./สัปดาห์

เรียนภาษาจีน กับครูสอนภาษาจีน ป.4-ม.3 ห้องเรียนละ 1 ชม./สัปดาห์

เรียนรู้ธรรมศึกษากับพระอาจารย์ ป.1-ม.3 ห้องเรียนละ 1 ชม./สัปดาห์


และในระดับชั้นปฐมวัยยังรับบริการฟรีในด้านที่นอนและของใช้ปฐมวัย ได้รับบริการห้องเรียนปลอดฝุ่น ติดเครื่องปรับอากาศ และเครื่องฟอกอากาศ ฟรีทุกห้องเรียน
ระเบียบข้อปฏิบัติในสถานศึกษา

การแต่งกายที่สะอาดเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี

ชุดลูกเสือ/ เนตรนารี/ ยุวกาชาด (เน้นประหยัดแต่เรียนรู้เต็มรูปแบบ)

ป.1
*ลูกเสือ สวมชุดนักเรียน ผ้าผูกคอลูกเสือสำรอง วอกเกิ้ลและหมวกลูกเสือ
*ยุวกาชาด สวมชุดนักเรียน ผ้าผูกคอยุวกาชาด และหมวกยุวกาชาด


ป.2-6 และ ม.1-3 สวมชุดเดิมจากปีที่ผ่านมาได้เลยค่ะ


การจัดสรรชุดพลศึกษาให้กับนักเรียนฟรีในทุกชั้นเรียน (ปฐมวัย 1 – ม.3) โดยที่เสื้อจะมีโลโก้ TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียน ปักอยู่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการร่วมกันป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา

การดูแลทรงผมให้สะอาดสวย-หล่อสมวัย

นร.ชาย รองทรงสูง ที่อนุโลมให้ ยาวไม่เกิน 5 ซม. และด้านหน้าไม่ปกปิดคิ้ว

นร.หญิง ถ้าผมยาวให้ถักเปียหรือมัดรวบสูง ผูกโบสีสุภาพไม่ฉูดฉาด

ส่งเสริมมารยาทความเป็นไทยสู่เอกลักษณ์ของโรงเรียน “อ่อนน้อมถ่อมตน ไหว้สวยรวยยิ้ม”

มาตรการความปลอดภัย ทั้งในด้านกายภาพ จิตใจ และพฤติกรรม

โรงเรียนมีการจัดสรรและให้บริการอาหาร น้ำดื่ม ที่ถูกสุขลักษณะตามหลักโภชนาการ ด้วยระบบ Thai School Lunch การตรวจสอบคุณภาพด้วยสารตรวจสอบจาก อย.น้อย จนท.สาธารณสุขที่ 53 จนท.ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลเขตหลักสี่ อย่างต่อเนื่อง

โรงเรียนจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย รั้วรอบขอบชิด ครู บุคลากรแขวนป้ายแสดงตัวตน พนักงานรักษาความปลอดภัยสำรวจตรวจตรารอบด้าน

โรงเรียนประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ร่วมขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองนักเรียนด้วยสิทธิเด็ก เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงฟื้นฟู (RJ:Restorative Justice) และ SoSafe “ความรัก ความเข้าใจ สร้างอนาคตที่สดใสให้ลูก K2”

โรงเรียนประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน ร่วมขับเคลื่อนนโยบายต้านทุจริตเพื่อสร้างความปลอดภัยในด้านการจัดสรรงบประมาณในสถานศึกษา ด้วยกระบวนการบริหารงานที่โปร่งใส ถูกต้องและตรวจสอบได้ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์ตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรอย่างถูกต้องและคุ้มค่า รวมทั้งยังสร้างความโปร่งใสในวัยเยาว์ ด้วยการเรียนรู้และสร้างทักษะชีวิตตามหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาของสำนักงาน ป.ป.ช. มาบูรณาการการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และการส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านความซื่อสัตย์สุจริตของผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร และผู้ปกครอง ที่จะนำไปสู่การเป็นต้นแบบที่ดีในการปฏิบัติได้จริงให้กับนักเรียน… “แบบอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน”

โรงเรียนประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองนักเรียน ร่วมสร้างความปลอดภัยในด้านการใช้ข้อมูล PDPA และสื่อดิจิทัล

การขออนุญาตใช้ข้อมูลส่วนตน การบันทึกภาพและการประชาสัมพันธ์ภาพของผู้ปกครองและนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาด้วยความระมัดระวังและจำเป็น ตามหลัก PDPA (Personal Data Protection Act) ที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลการพกพาและการใช้เครื่องมือสื่อสารทางดิจิทัล ทั้ง โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โครมบุ๊ก ฯลฯ อย่างสมดุล ตามนโยบาย กทม. เพื่อส่งเสริมการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคล ลดการจ้องจอ และป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยมาตรการ “Phone Off, Learning On” โดยทางโรงเรียนมีมาตรการรับฝากโทรศัพท์ไว้ที่ครูประจำชั้นเมื่อมาถึงโรงเรียนและรับคืนหลังเลิกเรียน มีความจำเป็นเร่งด่วนให้ประสานงานผ่านครูประจำชั้นหรือสำนักงานโรงเรียน (โรงเรียนจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เน้นการปฏิบัติพัฒนาทักษะด้วยกระบวนการที่หลากหลายผ่านการปฏิบัติจริงของนักเรียน)